5 เคล็ดลับ ฝึกสมองและบำรุงสายตา ลูกน้อยพัฒนาไวในวัยกำลังจดจำ

พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกของตนเองเป็นเด็กฉลาด มีพัฒนาการทางสมองอย่างว่องไวฉลาด สดใส และแข็งแรง จดจำอะไรได้แม่นยำ ซึ่งนอกจากพันธุกรรมแล้ว สิ่งเหล่านี้พ่อและแม่สามารถฝึกฝนให้กับลูกน้อยได้ด้วยตนเอง โดยใช้ความใส่ใจ สภาพแวดล้อม ป้อนสิ่งต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ให้กับลูก ซึ่งวันนี้เรามีเคล็ดลับมาฝากคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการให้ลูกน้อยมีสมอง สติปัญญาดี และมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง มาดูกันเลยค่ะ

1.ลดเทคโนโลยี

งานนี้ไม่ได้บอกว่าการให้ลูกใช้เทคโนโลยีเป็นสิ่งไม่ดี แต่เราควรมีวิธีการใช้ที่ถูกต้อง ซึ่งแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเลี้ยงลูกด้วยสมาทโฟนหรือแท็บเลตมากเกินไปเพราะคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้มักจะไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่กับลูกมากนัก บางครั้งกลับบ้านมาก็ยังต้องนั่งทำงาน จึงปล่อยให้ลูกอยู่กับสมาทโฟนหรือแท็บเลตเพื่อให้เด็กได้ดูการ์ตูน เล่นเกมส์ ซึ่งเด็กจะค่อนข้างอยู่กับที่ถูกใจคุณพ่อคุณแม่ ไม่งอแงหรือวุ่นวายแต่การปล่อยให้ลูกน้อยอยู่กับสิ่งเหล่านี้ จะทำให้เขามีสมาธิสั้นเนื่องมาจากพฤติกรรมของการสัมผัสหน้าจอสมาทโฟนหรือแท็บเลต จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างรวดเร็ว ทำให้เด็กติดนิสัยของการไม่อยู่รอกับอะไรนาน ๆ เคยชินกับการต้องการอะไรแล้วต้องได้ทันใจซึ่งส่งผลเสียทำให้เป็นคนที่ใจร้อน ขี้หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ แถมยังเป็นผลเสียกับสายตาของเด็ก ๆ อีกด้วยค่ะ

2.เกมฝึกสมาธิ พัฒนาความจำ

เกมเด็กเล่นมีประโยชน์กับเด็ก ๆ มากในเรื่องของสมาธิและความจำ หมั่นฝึกฝนให้เขาได้เล่นเกมประเภท ปริศนาอักษรไขว้ ต่อจิ๊กซอว์ หรือต่อเลโก้ แม้แต่ประกอบร่างหุ่นยนต์ก็ช่วยให้เป็นสมาธิได้ กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เด็กจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เขากำลังเล่น เพื่อที่จะสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมาด้วยความตั้งใจส่งผลให้เด็กมีสมาธิที่ดี พร้อมทั้งได้เรียนรู้จะพยายามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเต็มที่อีกด้วย

3.ฝึกความจำด้วยบทเพลง

เด็ก ๆ ส่วนใหญ่ในวัยกำลังจดจำจะชอบฟังเพลงมาก และเด็กจะรับรู้ จำแม่น เมื่อเขาได้ยินบทเพลงที่เขาชอบ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรพยายามให้ลูกได้ฟังเพลงที่มีสาระ สอดแทรกด้านภาษา คำศัพท์เข้าไป เพื่อให้ลูกได้ซึมซับและทำความเข้าใจความหมายผ่านบทเพลง เด็ก ๆ จะจำความหมายคำศัพท์ได้ดีกว่าการท่องจำ

4.ทำสมองให้ปลอดโปร่ง

เด็กก็มีความเครียดได้ ลองสังเกตพฤติกรรมของลูกอยู่บ่อย ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่เขารู้สึกเครียด กดดัน ไม่พอใจ คุณพ่อคุณแม่ต้องหาทางออกให้ลูกหลุดพ้นจากภาวะนี้ เพราะความเครียดส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการทางสมองที่ช้าลง เติบโตช้ากว่าเพื่อน ๆ ลองหากิจกรรมสนุก ๆ เพื่อช่วยลดความเครียดให้เด็ก ๆ ดู เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน วาดรูป เป็นต้น

5.กินอาหารมีประโยชน์

เด็ก ๆ ที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต และกำลังเรียนรู้ ควรได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจเรื่องพัฒนาการการเรียนรู้การเติบโตของลูกเพื่อที่ลูกจะได้เป็นเด็กที่ฉลาด สดใส แข็งแรง ซึ่งอาหารการกินต่าง ๆ มีความจำเป็นอย่างมาก ซึ่งสารอาหารที่สำคัญที่สุดในการบำรุงสมองและสายตาให้ลูกรักก็คือ DHA เพราะเป็นสารอาหารที่ช่วยในเรื่องการจดจำ นอกจากนี้วิตามินอื่น ๆ อย่างวิตามินA D E และ B12 ก็มีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง
สารอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้มีอยู่ในอาหารทั่วไป แต่ลูกน้อยอาจบริโภคได้ไม่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ เพราะฉะนั้นอาหารเสริมจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่เด็ก ๆ ต้องการ อย่างวิตามินเบนไซรัป(Bain Syrup) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจาก นูทรีมาสเตอร์ (Nutrimaster)นี้ก็มี DHA จากน้ำมันปลาทูน่า สูงถึง 70% สูงกว่าน้ำมันปลาในท้องตลาดถึง 6 เท่าเหมาะกับเด็ก ๆ ในวัยกำลังเรียน เสริมสร้างพัฒนาการบำรุงสมองพร้อมทั้งช่วย ให้เด็กเจริญอาหารแถมยังกินง่ายเพราะรสชาติหอมหวานด้วยรสผลไม้รวมถูกใจเด็ก ๆซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถให้น้องกินวันละ 1 ครั้ง หลังอาหาร ปริมาณวันละ 1 ช้อนโต๊ะเท่านั้น
Bain syrub มีวางจำหน่ายที่ร้านวัตสันและร้านขายยาชั้นนำทั่วไป ราคา 225 บาท (150 ml.)
สอบถามข้อมูลได้ที่Line : @NutriMaster
https://bit.ly/2M8dUxn
https://www.facebook.com/NutrimasterThailand/
https://www.bainsyrup.com